หลายๆคนที่กำลังจะทำสัญญาเงินกู้ต่างๆ หรือ สมัครบัตรเครดิต หรือ แม้แต่การรีไฟแนนซ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน ตกเป็นหนี้ คือ การอ่านสัญญา หลายๆคนอ่านคร่าวๆ หลายๆคนไม่อ่านเลย สัญญา เงื่อนไข และ ข้อตกลงต่างๆนั้นมีความสำคัญมาก เราควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด อ่านให้ถี่ถ้วนอาทิเช่น
ระยะเวลาที่ให้กู้เงินในสัญญา ว่ามีกำหนดระยะเวลากี่ปี
ซึ่งปัจจุบันเราสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้ตามความสะดวก หลายๆคนเลือกระยะเวลานาน ยอดผ่อนน้อยเพื่อไม่ให้การเงินตึงจนเกินไป แต่ก็จะโดนดอกเบี้ยเยอะกว่าระยะเวลาที่น้อยกว่า ดังนั้นต้องเลือกให้เหมาะสม และ คำนวณทั้งต้นทั้งดอกก่อนที่จะเลือกระยะเวลา และ ดูความพร้อมในเรื่องเงินของเราด้วย
ดูการกำหนดวันชำระเงิน หมายถึงว่าในแต่ละเดือนนั้นมีกำหนดระยะเวลาวันที่เท่าไหร่
และ สามารถผ่อนผันได้ถึงวันที่เท่าไหร่ที่เราจะไม่ผิดสัญญา ตรงกับวันที่เราเงินเดือนออกหรือไม่ รอบระยะเวลากี่วันที่ล่าช้าได้โดยไม่ผิดและไม่โดนค่าธรรมเนียมล่าช้า หรือ โดนทวงถาม

ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยว่าเป็นแบบไหน
เช่น ดอกเบี้ยคงที่ หรือ ลอยตัว หากเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวนั้น ธนาคารต้องแจ้งประเภทของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง เช่น MRR MLR MLR+x% หรือ MLR-x% พร้อมทั้งตัวอย่างหรือตารางการคำนวณเงินผ่อนต่องวดและรวมถึงเงินดอก เงินต้นด้วย นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆเช่น กำหนดการปิดสัญญาสามารถทำได้หลังจากผ่อนไปแล้วกี่งวด เพราะบางคนนั้นสามารถหาเงินมาปิดหนี้ได้ก่อนระยะเวลาที่ระบุสัญญาเราก็ต้องตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่นห้ามปิดก่อนหนึ่งปีหรือ 12 งวด
ยังมีเรื่องการคิดดอกเบี้ยผิดนัด ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ และ อื่นๆ ซึ่งแล้วแต่ว่าเป็นสัญญาเงินกู้อะไร มีหลักทรัพย์ หรือไม่มีหลักทรัพย์ หรือ เป็นเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ ผ่อนสินค้า รายละเอียดต่างๆเหล่านี้เราต้องตรวจสอบให้ดีๆ เพราะมีความจำเป็นมากหลายๆคนไม่อ่านสัญญา ไม่ศึกษาข้อตกลงต่างๆ ทำให้มีปัญหากันภายหลังมาแล้ว
นอกจากนี้ต้อง ผ่อนชำระให้ตรงตามกำหนดหากเป็นสัญญากู้เงิน หรือผ่อนชำระสินค้า รวมทั้งบัตรเครดิต เพื่อที่จะไม่โดนดอกเบี้ยหรือค่าทวงถาม ค่าล่าช้าต่างๆ ที่โดนเรียกเก็บ และในการจ่ายเงินเราต้องตรวจสอบความถูกต้องของบิลที่ส่งมาเรียกเก็บ เช็ครายละเอียดต่างๆ เงินต้นคงเหลือ ดอกเบี้ย และ ยอดเงินที่จ่ายไปว่าถูกต้องไหม หากเป็นสัญญาเงินกู้ หรือ ผ่อนชำระต่างๆจะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะยอดจ่ายจะตายตัวทุกงวด แต่หากเป็นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ต้องตรวจสอบว่าเราจ่ายไปนั้นหักดอกเบี้ยเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง ตัดเงินต้นเท่าไหร่ เราต้องดูให้ละเอียด และเวลาจ่ายเงินเราก็ต้องดูใบเสร็จรับเงินที่ได้รับกลับมาด้วยว่าถูกต้องหรือไม่
หากเป็นไปได้มีมากจ่ายมาก หากเรามีเงินก้อนเข้ามา เช่น ได้โบนัส หรือ เงินพิเศษอื่นๆเช่นมีรายได้เสริม หรืออะไรก็ตาม การมีเงินก้อนเราควรแบ่งไปโป๊ะหนี้เพื่อให้เงินต้นและดอกเบี้ยลดลง แต่ต้องดูหรือสอบถามกับพนักงานด้วยว่าหากเราจ่ายเกินเงินนี้จะไปหักอะไรให้เราบ้าง บางแห่งเราจ่ายเกินไปก็ไปตัดยอดชำระของเดือนถัดไปให้น้อยลง ซึ่งเราควรตรวจสอบในจุดนี้ด้วยเพื่อให้เข้าใจและวางแผนในการจ่ายเงินเพิ่มจากที่เราต้องชำระเป็นประจำด้วย
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราควรใส่ใจ ก่อน ตกเป็นหนี้ ไม่ว่าจะหนี้ไหนๆทั้งนั้น หากเรามีข้อสงสัยก็ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ ที่เราติดต่อด้วยเพื่อให้เราเข้าใจในข้อสัญญาต่างๆ เพราะหากเราไม่เข้าใจและทำผิดสัญญาอาจกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆไม่น่าจะมีอะไรหลายคนคิดแบบนี้เพราคิดว่าเป็นแค่หนี้ผ่อนของ หนี้บัตรเครดิต หรือ กดเงินสดธรรมดาๆ ผ่อนๆไปก็จบ แต่มันไม่ใช่เพราะบางอย่างที่ระบุในสัญญานั้นอาจเป็นการเอื้อให้กับฝ่ายเจ้าหนี้ และ ไม่ว่าจะสถาบันไหนๆสัญญาต่างๆมักพิมพ์กันตัวเล็กๆ และ หลายๆหน้าจนทำให้ไม่อยากอ่านกัน ก็ต้องพยายามอ่านกันสักนิดเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความไม่รู้ และ ไม่เข้าใจ
อยากสมัครสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ศึกษาข้อมูลพร้อมแล้ว >> คลิกเลย