ค้นหาบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับคุณ

สินเชื่อส่วนบุคคล ทางเลือกที่ดีกว่า!

5 อันดับสินเชื่อยอดนิยม

1 สินเชื่อบุคคลซิตี้ (Citi Personal Loan) ระยะเวลาการกู้ รวมอายุแล้วไม่เกิน 60 ปี
วงเงินกู้ สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท
รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดบัตร: สินเชื่อบุคคลซิตี้ (Citi Personal Loan) จาก ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง ประเทศไทย หรือ ซิตี้แบงก์ (Citibank) นั่นเอง สินเชื่อนี้สำหรับผู้ที่มีความต้องการอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะใช้จ่าย เรียนต่อ ปรับปรุงที่อยู่อาศัย เสริมชีวิตความเป็นอยู่ เป็นการเปิดโอกาสให้คุณและชีวิตให้ได้พบความคล่องตัว ความอิสระในการใช้จ่าย โดยให้วงเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระนาน สมัครง่าย เพราะไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลในการค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยก็พิเศษสุด คำนวณแบบลดต้นลดดอก สำหรับผู้ที่สนใจอยากมีอิสระในการใช้จ่ายที่มากขึ้น จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป พร้อมรายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท ก็สามารถสมัครได้ ง่ายๆ สินเชื่อบุคคลซิตี้ สมัครเลย ช่วยแบ่งเบาทุกเรื่องการเงินอย่างแท้จริง
2 สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันนัลแคช (PersonalCash) - CIMB ระยะเวลาการกู้ สูงสุด 84 เดือน
วงเงินกู้ สูงสุด 5 เท่า หรือ 1,500,000 บาท
รายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดบัตร: สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันนัลแคช แหล่งเงินทุน ที่เหมาะสมกับชีวิตคุณ เพื่อเริ่มต้นสิ่งดีๆในทุกๆโอกาส สำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำเดือน 20,000 บาทขึ้นไป ผ่อนน้อย สบายนาน อายุสัญญาสูงสุด 60 เดือน วงเงินอนุมัติสินเชื่อสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ประจำ หรือสูงสุด 1,500,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยแบบ ลดต้นลดดอก

3 สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระยะเวลาการกู้ สูงสุด 60 เดือน
วงเงินกู้ สูงสุด 5 เท่าของรายได้หรือสูงสุด 1 ล้านบาท
รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/ เดือน
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดบัตร:
4 สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ (TMB Personal Loan Refinance) ระยะเวลาการกู้ สูงสุด 5 ปี
วงเงินกู้ 30,000 - 1,000,000 บาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ประจำต่อเดือน
รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดบัตร:
5 สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) - ธนาคารเกียรตินาคิน ระยะเวลาการกู้ สูงสุด 60 เดือน
วงเงินกู้ สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือสูงสุด 1,000,000 บาท
รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน ขึ้นไป
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดบัตร: ความฝันเรื่องอะไรก็เป็นจริงได้ง่ายๆด้วย สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) จาก ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank) กู้ง่าย พร้อมให้คุณให้คุณรับเงินไปสานฝันให้สมดังใจ วงเงินก็สูงถึง 1,500,000 บาท

สินเชื่อส่วนบุคคล กับข้อมูลสำคัญที่ควรรู้

เรื่องของการเป็นหนี้ คงไม่มีใครชอบหรืออยากเป็นสักเท่าไหร่ แต่บางปัญหา ก็ไม่สามารถเลี่ยงหรือปฏิเสธได้ว่า ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ ค่ากินอยู่ ค่าเช่า ค่าบ้าน ค่าเล่าเรียน หรือการลงทุนใดๆ เป็นต้น ทำให้ต้องหาที่หยิบยืมเพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการนั้นๆ ต่อไป แต่จะให้ไปกู้หนี้นอกระบบ ก็ต้องเจอกับดอกเบี้ยมหาโหด แถมทวงหนี้ไม่เว้นวัน หลายๆคนจึงลงเอยด้วยการขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อความปลอดภัยและเป็นธรรม

สินเชื่อส่วนบุคคล มีหลากหลายประเภทตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ การขอสินเชื่อส่วนบุคคลได้ตรงตามวัตถุประสงค์ จะช่วยให้เราได้รับวงเงินและระยะเวลาการชำระคืนตามความเหมาะสม เช่น กู้ซื้อบ้าน หากกู้ตรงตามวัตถุประสงค์ วงเงินกู้จะสูงกว่าและระยะเวลากู้จะยาวนานกว่ากู้ประเภทอื่น มาดูกันว่า สินเชื่อแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง และแตกต่างกันยังงัย วัตถุประสงค์การใช้งานคืออะไร

  • สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย : เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่ คอนโดมีเนียม อพาร์ทเม้นท์ เป็นต้น สินเชื่อประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะให้วงเงินสูง ระยะเวลากู้นาน เพื่อให้ครอบคลุมกับระยะเวลาและจำนวนเงินกู้ เพียงนำหลักทรัพย์ที่มีเป็นหลักประกัน ก็สามารถได้รับวงเงินกู้แล้ว
  • สินเชื่อรถ : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์มือหนึ่ง หรือรถยนต์มือสอง ก็สามารถขอสินเชื่อนี้ได้หมด สินเชื่อชนิดนี้จะคำนวณดอกเบี้ยครั้งเดียว ในครั้งแรกแล้วนำมาหารเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนตามที่เราตกลงไว้กับสถาบันการเงิน
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์ : เป็นสินเชื่อที่นำเงินกู้ก้อนใหม่มาปิดหนี้ก้อนเก่าโดยใช้หลักประกันตัวเดิมค้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการปิดหนี้สำหรับการผ่อนบ้าน คอนโด รถ เป็นต้น ซึ่งโดยปกติการรีไฟแนนซ์นั้น เราจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลง ซึ่งอาจเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินเดิมหรือสถาบันการเงินใหม่ก็ได้เช่นกัน
  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจและการลงทุน : สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจและมองหาเงินทุนในการสร้างธุรกิจใหม่ หรือผู้ที่ทำธุรกิจแล้ว ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการหรือการดำเนินการ สินเชื่อชนิดนี้ ส่วนใหญ่ มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบ การกู้ระยะยาว การกู้ระยะสั้น หรือแม้แต่การกู้แบบวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft – OD) เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้ขออย่างแท้จริง
  • สินเชื่อเพื่อการศึกษา : สินเชื่อที่สนับสนุนในเรื่องของการศึกษาทั้งในประเทศและการศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก ก็สามารถขอได้หมด ซึ่งบางสินเชื่อสามารถขอกู้ได้เท่ากับจำนวนที่ใช้จริงเลย ช่วยให้หมดห่วงเรื่องเงินทุนสำหรับการศึกษา ต่อยอดอนาคตได้ไกลขึ้น
  • สินเชื่อเอนกประสงค์ : สินเชื่อประเภทนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการค่าใช้จ่ายทั่วไป หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยมีหลากหลายรูปแบบในการขอ และวงเงินจะขึ้นอยู่กับประเภทหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อรถแลกเงิน กับสินเชื่อบ้านแลกเงิน วงเงินจะต่างกัน โดยส่วนมาก การใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันจะได้วงเงินกู้มากกว่าการใช้รถ บางครั้งวงเงินก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการกู้ด้วยเช่นกัน สามารถตรวจสอบกับทางสถาบันการเงินเพื่อความชัดเจน และเหมาะสมในการกู้

เมื่อไหร่เราถึงขอสินเชื่อ?

เมื่อเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้เงินก้อนฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่ารักษาพยาบาล หรือสำหรับค่าที่อยู่อาศัย สินเชื่ออาจช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น สามารถบริหารค่าใช้จ่ายรายเดือนได้มากกว่า เพราะ สินเชื่อจะเป็นการจ่ายเงินจำนวนที่เท่ากันทุกเดือน ซึ่งเราสามารถกำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ได้ด้วย อยู่ที่การตกลงกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการขอสินเชื่อส่วนบุคคล ...................

วิธีการเลือกสินเชื่อ ดูจากปัจจัยใดบ้าง?

  • วัตถุประสงค์ : ประเมินจากวัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อ ว่าเราจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้น ในการทำสิ่งใด เช่น ซ่อมแซมบ้าน ปลูกบ้าน ก็ควรเลือกสินเชื่อบ้าน หรือ ต้องการลงทุน หรือ ขยายกิจการ ก็ควรเลือกสินเชื่อรถ เป็นต้น
  • อัตราดอกเบี้ย : ตามที่เราเข้าใจกันนั้น คือ เราควรเลือกอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุด เพื่อที่เราจะได้จ่ายเงินน้อยที่สุด แต่จริงๆแล้ว สำหรับการขอสินเชื่อ ไม่ใช่แค่การเลือกอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเท่านั้น เพราะอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีด้วยกันถึง 2 ประเภท ซึ่งมีจุดดี จุดเด่นที่แตกต่างกัน และก็เป็นจุดที่ควรนำมาคำนวณด้วยเช่นกัน เพื่อดูว่าแบบไหน ที่อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ จะคุ้มและถูกที่สุดสำหรับการขอสินเชื่อส่วนบุคคลชนิดต่างๆ
    • อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกำหนดไว้ที่ตัวเลขเท่าเดิมตลอดอายุสัญญา เช่น ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลา 3 ปี เป็นต้น ซึ่งข้อดีของดอกเบี้ยแบบคงที่คือ ปกติอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นๆลงๆ ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงนั้นๆ ถ้าในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยผันเปลี่ยนเป็นสูงมาก เราก็ยังจะได้รับและจ่ายเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่คงที่เช่นเดิมเอกสารแสดงรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ และหลักฐานการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงตามการเปลี่ยนแปลงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศรวมถึง เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของสถาบันการเงินนั้นๆ ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจุดดีคือ ช่วงที่อัตราดอกเบี้ยถูกมาก เราก็สามารถจ่ายดอกเบี้ยตามอัตรานั้นๆ
  • วงเงินและระยะเวลาการกู้ : วงเงินโดยทั่วไป จะอยู่ 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์ แต่บางสินเชื่ออาจให้วงเงินสูงถึง 90-100% ซึ่งอาจตอบโจทย์ความต้องการของเรามากกว่า แต่นอกจากนี้ ควรดูเรื่องของระยะเวลากู้ด้วยเช่นกัน บางทีให้ระยะเวลาในการกู้ไม่ยาวมากนัก ทำให้เราอาจต้องแบกภาระการชำระเงินคืนต่อเดือนค่อนข้างเยอะ
  • ค่าใช้จ่ายในการกู้ : เนื่องจากการขอสินเชื่อบางครั้ง จะมีค่าดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ค่าประเมินมูลค่าของหลักประกัน หรือ ค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ หากตรวจสอบดีดี จะพบว่ามีบางสินเชื่อจะมีบริการเหล่านี้ให้ฟรี หรืออัตราค่าธรรมเนียมถูกว่าที่อื่นๆ
  • เงื่อนไขในการสมัคร : เงื่อนไขในที่นี้ หมายรวมถึง คุณสมบัติในการกู้ เช่น ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือบุคคลในการค้ำประกัน หรือสามารถขอได้โดยไม่จำเป็นต้องค้ำประกันใดๆ หรือแม้แต่ รายได้ขั้นต่ำ ในการขอสินเชื่อชนิดต่างๆ เราควรเลือกให้ตรงกับตัวเรา ไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจไม่ได้รับการอนุมัติการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินก็ได้
เลือกสินเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องการได้แล้ว เตรียมตัวอย่างไรดี?
  • เอกสารแสดงรายได้ : ควรเตรียมประวัติการเงินที่ดี ที่แสดงถึงความพร้อมในการชำระหนี้ เช่น บัญชีเงินฝากที่มีเงินหมุนเวียนหรือมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมเตรียมเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย ทั้ง สลิปเงินเดือน หน้าสมุดบัญชี ถ้าหากเป็นร้านค้าหรือนิติบุคคล ควรเตรียมสมุดบัญชีรายรับและรายจ่ายของกิจการไว้ด้วย ย้อนหลัง 6 เดือนเช่นกัน เพื่อความง่ายขึ้น รวมถึงใบแสดงภาษีเงินได้ หรือ งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี
  • เอกสารแสดงตัวตน : เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับตัวเรา เพื่อแสดงถึงตัวตน และที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถติดต่อได้ง่ายและสะดวกไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เป็นต้น
  • เอกสารหลักประกัน : สินเชื่อบางตัว จำเป็นต้องใช้หลักประกันในการขอเงินกู้ ยิ่งเป็นหลักประกันที่มีมูลค่าสูงก็ย่อมได้วงเงินสูงตามไปด้วย บางที อาจะเป็น บ้าน ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ หรือรถบรรทุก รถมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น แต่สำหรับบางสินเชื่อนั้น ใช้เพียง บุคคลในการค้ำประกัน หรือเงินฝากในบัญชี เท่านั้น ก็สามารถกู้ได้แล้ว ดังนั้น ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เช่น โฉนดที่ดิน พรบ.รถที่เป็นชื่อของเรา เป็นต้น

สำหรับเอกสารในการขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น โดยส่วนใหญ่ จะใช้ดังนี้ (ขึ้นอยู่กับสินเชื่อและสถาบันการเงิน)

กรณีบุคคลธรรมดา

  • 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร, คู่สมรสผู้สมัคร, ผู้ค้ำประกัน, เจ้าของหลักประกัน
  • 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร, คู่สมรสผู้สมัคร, ผู้ค้ำประกัน, เจ้าของหลักประกัน
  • 3. สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญหย่า, ใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • 4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลของผู้สมัคร, คู่สมรสผู้สมัคร, ผู้ค้ำประกัน, เจ้าของหลักประกัน (ถ้ามี)
  • 5. สำเนาทะเบียนการค้า และ/หรือ เอกสารทางราชการอื่นๆ
  • 6. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
  • 7. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)

กรณีนิติบุคคล

  • 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไปทุกคน, ผู้มีอำนาจลงนาม, ผู้ค้ำประกันทุกคน
  • 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไปทุกคน, ผู้มีอำนาจลงนาม, ผู้ค้ำประกันทุกคน
  • 3. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล (ไม่เกิน 3 เดือน)
  • 4. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของนิติบุคคล
  • 5. สำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น (ไม่เกิน 3 เดือน)
  • 6. งบการเงิน ฉบับยื่นสรรพากรปีล่าสุด
  • 7. เอกสารการเสียภาษีหรือใบสรุปยอดขาย ยอดสั่งซื้อเป็นรายเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • 8. เอกสารแสดงรายได้ของกิจการ
  • 9. สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล ทาง MoneyHub ได้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของสินเชื่อ จากทุกธนาคารมาไว้ที่นี่แล้ว พร้อมทั้ง เทคนิคดีดีในการขอสินเชื่อให้ผ่าน หรือแนะนำสินเชื่อทุกประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกสมัครสินเชื่อ และง่ายต่อการสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินต่างๆ ทางเราหวังว่าข้อมูลในเว็บไซต์นี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน

สินเชื่อเงินกู้

ฟรีแลนซ์ ขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน ซื้อรถ เป็นจริงได้

8 March 2021

เป็นฟรีแลนซ์ ก็มีฝันได้ไม่ต่างกับคนทำงานประจำ แต่จะทำอย่างไร เริ่มต้นเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้ฟรีแลนซ์อย่างเรา วิธีขอสินเชื่อธนาคารได้รับอนุมัติอย่างรวดเร็วสำหรับฟรีแลนซ์ มีข้อพิจารณาเงือนไข ดังนี้

มาดูกัน! สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ 10000 บาท จากหลายธนาคาร

14 August 2020

หลายธนาคารในช่วงนี้ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้ต่อเดือนน้อย หรือ ฐานเงินเดือนน้อย แม้ 10000 บาทก็สามารถกู้ได้ เราได้รวบรวมมาตรการการช่วยเหลือจากหลายธนาคารเพื่อให้ทุกท่านได้นำไปพิจารณายื่นสินเชื่อกับธนาคารที่เหมาะกับตัวท่านเอง ในช่วงที่หลายคนกำลังมีวิกฤติทางการเงินช่วง COVID-19 ดังนี้

ออมสิน เปิดสินเชื่อเงินกู้ฉุกเฉินช่วยโควิด 50,000 บาท รอบ 2

4 August 2020

ออมสิน เปิดแล้วให้กู้ฉุกเฉินรายละ 50,000 บาท รอบ 2 สำหรับผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ยื่นผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสินเท่านั้น ตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2563

อยากได้ สินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินสูง ทำยังไงดี

31 July 2020

สินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินสูง เป็นบริการทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการเงิน เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยในแต่ละธนาคารจะมีการกำหนดวงเงินกู้ไว้ ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของผู้กู้ เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ และปัจจัยอื่นๆ แต่ถ้าผู้กู้อยากได้ สินเชื่อส่วนบุคคล วงเงินสูงๆ ทำยังไงดี

สินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ จากธกส. อุ้มเกษตรกรปลอดดอกเบี้ย 3 เดือนแรก!

21 July 2020

ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) จึงได้ออกแบบโครงการ “สินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ >> ปลอดดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ! เพื่อเป็นเงินทุนให้กับประชาชนหลายคนที่ต้องตกงานและเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อลงทุนสร้างอาชีพ โดยอาชีพที่จะได้รับการช่วยเหลือมีดังนี้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ชาวเกษตรกรเท่านั้น

รวมครบ! มาตรการช่วยลูกหนี้รายย่อย เฟส 2 ของแต่ละธนาคาร (2)

21 July 2020

ดังนั้นหลายธนาคารจึงออกมาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงเวลานี้ เพื่อเป็นช่วยเหลือผู้กระกอบการหลายคนที่กำลังเกิดวิกฤติขาดรายได้เพื่อมาจ่ายลูกน้อง ดูแลโรงแรม สถานประกอบการต่าง ๆ และหนี้บ้าน รถ บัตรเครดิต โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 2 เป็นการช่วยผ่อนปรนและช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีความเดือดร้อนต่อไปอีกระยะ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563