ใกล้เข้าสู่ช่วงปีใหม่ 2015 และเป็นช่วงของการสอบแข่งขันเพื่อเลื่อนชั้นเรียน หรือศึกษาต่อในระดับปริญญาของหลายสถาบันการศึกษา เยาวชนหรือนักเรียน นักศึกษา ต่างสมัครหรือสอบแข่งขันเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ขณะที่หลายคนก็กำลังตัดสินใจที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศหรือในระดับปริญญาตรีหรือโท แต่ติดปัญหาในเรื่องของเงินทุนที่ไม่มีเพียงพอ แต่มีความตั้งใจอยากศึกษาต่อ จะทำอย่างไร ? สินเชื่อเพื่อการศึกษาต่อ อาจเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคำถามนี้

ปัจจุบันหลายสถาบันการเงินต่างเปิดให้บริการด้าน สินเชื่อเพื่อการศึกษาต่อ ในหลากหลายรูปแบบ โดยปรกติ สินเชื่อด้านการศึกษาพื้นฐานจะประกอบด้วย ค่าเล่าเรียน ค่าตำรา อุปกรณ์การศึกษาต่างๆ สินเชื่อในหลักสูตรระดับปริญญาตรีขึ้นไป รวมถึงการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอาชีพ หรือหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ทางราชการรับรอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในหลักสูตร Inter หรือ English Program ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงมัธยมปลาย ซึ่งจุดเด่นของ สินเชื่อเพื่อการศึกษา ของสถาบันการเงินส่วนใหญ่นั้นคือ ระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 10 ปี และคุณสมับติของผู้ขอสินเชื่อ (ผู้ปกครอง) ก็ไม่ยุ่งยาก ประกอบด้วย
- เป็นบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง หรือญาติของนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือบุคคลที่ทำงานแล้วที่ต้องการศึกษาต่อ
- มีรายได้แน่นอน คือ ต้องมีงานประจำเป็นหลักแหล่ง หรือประกอบธุรกิจส่วนตัว
- เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และอายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาในการกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี กรณีกู้ร่วมให้ถืออายุของผู้หนึ่งผู้ใดที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์
- ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว
- ใบรับรองการเป็นนักศึกษา / ใบรับรองการศึกษา ผู้เข้ารับการอบรม และ/หรือหลักฐานแสดงการตอบรับเข้าเป็นนักศึกษาของสถาบันการศึกษา
- หลักฐานระบุค่าใช้จ่ายโดยประมาณ หรือหนังสือเรียกเก็บเงินจากสถาบันการศึกษา
ปิดเทอมใหญ่ที่จะถึงในภาคฤดูร้อนปีหน้า 2015 นี้ ผู้ปกครองหรือนักเรียนนักศึกษาสามารถศึกษาข้อมูลด้านสินเชื่อเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันการเงิน เพื่อทำเข้าใจมากขึ้นและไม่พลาดโอกาสในด้านของการศึกษา
การศึกษาเป็นใบเบิกทางให้กับบุตรหลาน เพื่อให้มีงานที่ดีทำในอนาคต คุณสามารถเลือกรูปแบบสินเชื่อได้ตามศักยภาพที่คุณสามารถแบกรับภาระไหว เพราะสถาบันการเงินล้วนแต่สนับสนุนโครงการศึกษา เพื่ออนาคตของชาติ
การศึกษาในปัจจุบันแตกต่างจากสมัยก่อนอยู่มาก ในแง่ของการแข่งขัน จะเห็นได้ว่า ในยุคสมัยก่อน การศึกษาไม่เข้มข้นเท่าในปัจจุบัน ที่ผู้ปกครองต่างส่งบุตรหลานเรียนพิเศษเพิ่ม แต่ตรงนี้ผู้ปกครองก็ต้องดูด้วยว่าเด็กนั้นสามารถรับกับความกดดันได้มากน้อยแค่ไหน หากผู้ปกครองมีศักยภาพและสามารถส่งเรียนได้ตามที่เด็กต้องการก็ควรสนับสนุน แต่หากขาดทุนทรัพย์ก็ลองมองสินเชื่อเพื่อการศึกษาดู