สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สถาบันที่เปิดสอนเรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นมีมากมาย แถมราคาค่าเรียนก็ถูกมาก ที่สำคัญคุณจะพบกับประสบการณ์ที่หลากหลาย และมีความซับซ้อนมากกว่าสถาบันในประเทศไทย ลองมาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับคุณ
สถาบันการศึกษาในเอเชีย
กลุ่มแรกเราขอแนะนำ มหาวิทยาลัยที่อยู่ในภาคพื้นเอเซียใกล้บ้านเราก่อนแล้วกัน ซึ่งแต่ละที่ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในด้านอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยเหล่านี้ ยังได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกด้วย ทางคณาจารย์ที่นี่ก็มีความรู้ ความสามารถ มีความรอบรู้ทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติจริง ที่สำคัญภาวะแวดล้อม ยังมีความใกล้เคียงกับไทยเราอีกด้วย คุณสามารถนำความรู้มาปรับใช้ได้ง่าย
- มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (www.rst.nus.edu.sg)
มีหลักสูตรปริญญาโททางด้านอสังหาริมทรัพย์ เรียนแบบเต็มหลักสูตรประมาณ 1 ปี จ่ายค่าเล่าเรียนเพียง 150,000 บาทตลอดหลักสูตร รวมค่ากินค่าอยู่แล้วไม่เกิน 350,000 บาท แถมยังมีสิทธิได้ทำงานร่วมกับอาจารย์ที่มีความรู้ พร้อมกับเพิ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย นอกจากนี้คุณยังสามารถขอทุนเรียนฟรี ซึ่งเป็นทุนการศึกษาในอาเซียนโดยเฉพาะ (มีโอกาสได้ทุนสูง) รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์จริง ๆ และยังเปิดสอนถึงระดับปริญญาเอกเลยทีเดียว
- มหาวิทยาลัยมาลายา (http://fbe.um.edu.my)
เปิดสอนในหลักสูตรปริญญาโท เรียนจบภายใน 1 ปีจ่ายค่าเรียนเพียง 136,000 บาท นอกจากนี้คุณยังสามารถสมัครเรียนช่วงใดก็ได้ เพราะเป็นการทำ research มีอาจารย์คอยแนะนำนักศึกษาใหม่ นอกจากนี้เรียนภายใน 1 ปีมี 2 เทรอเท่านั้น รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมาย และยังเปิดสอนถึงปริญญาเอกอีกด้วย
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลเซีย (www.fksg.utm.my/postgrdudate.htm)
เปิดสอนในหลักสูตรปริญญาโทด้านอสังหาริมทรัพย์ จัดสอนเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี มีทั้งการสอนในลักษณะการเรียนในห้อง การทำวิจัย และแบบผสมผสาน สอนเป็นภาษาอังกฤษ ที่สำคัญมีเรียนถึงระดับปริญญาเอกด้านอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย อาจารย์มีประสบการณ์สูง สำหรับค่าเรียนเพียง 100,000 บาทต่อปี เท่านั้น
- มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (http://www.bre.polyu.edu.hk)
ที่ฮ่องกง ถือเป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุด อาจารย์หลายคนเคยมาเมืองไทย หลักสูตรที่เปิดสอนคือ ระดับปริญญาโทปีเดียวจบ และมีหลายสาขาให้เลือกเพิ่มเติม ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และการจัดการทรัพย์สิน ค่าเรียนต่อปี เพียง 190,000 บาท ที่สำคัญยังเปิดสอนระดับปริญญาเอกอีกด้วย
สถาบันการศึกษาในอเมริกา
ในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นสุดยอดของสถาบันทางการศึกษาที่เหนือชั้น หลักสูตรในการสอนมีความแปลกใหม่ทันสมัย แต่ปัญหาที่สำคัญ คือค่าเรียน และค่าใช้จ่ายแพงมาก ๆ นั่นเอง
- สถาบันที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้ ก็คือ MIT ซึ่งมี Center for Real Estate ไว้รองรับและเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เรียนได้เข้าใจและเข้าถึงความซับซ้อนของอสังหาริมทรัพย์ อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ส่วนในนิวยอร์คก็มี NYU ซึ่งก็มี Real Estate Institute เช่นเดียวกัน
- มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ก็เป็นอีกหนึ่งที่มากด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ยังมี University of Pennsylvania ซึ่งคุ้นเคยกันในชื่อ The Wharton School มหาวิทยาลัยนี้มี ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ทางด้านอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ รวมถึง Cornell University มีหลักสูตร 2 ปี ระดับปริญญาโทอสังหาริมทรัพย์ เช่นเดียวกัน สำหรับสถาบันศึกษาอื่น ๆ ก็มี Florida Atlantic University, Johns Hopkins University และ Georgia State University (College of Business Administration Real Estate) เปิดสอนในระดับปริญญเอกอีกด้วย
สถาบันการศึกษาในอังกฤษ
ความแตกต่างระหว่าง สถาบันการศึกษาในอเมริกาและอังกฤษ ก็คือ อเมริกาจะเน้นด้านงานวิชาการ การวิเคราะห์อย่างกว้างขวางมากกว่าอังกฤษ โดยเฉพาะทางด้านตัวเลขต่าง ๆ สำหรับสถาบันที่อยู่ในอังกฤษมีดังนี้
- City University, London
เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในกรุงลอนดอน เปิดสอนในระดับปริญญาโททางด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน, การจัดการทรัพย์สิน และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- South Bank University, London (Faculties of Built Environment)
เป็นอีกหนึ่งแห่งที่อยู่ในกรุงลอนดอน เปิดการสอนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่สำคัญเน้นการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตด้านอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย (เน้น Asset Management)
- Oxford Brookes University
เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้การสอนด้านอสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้างในระดับปริญญาโท ถือเป็นอีกหนึ่งในสาขาของ MBAเป็นสถาบันที่มีการยอมรับกันทั่วโลกเกี่ยวกับหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์
สถาบันการศึกษาในยุโรป
ในแถบยุโรป ก็มีสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน และคุณยังสามารถขอทุนเรียนฟรีได้ ซึ่งมีความแตกต่างกับอังกฤษที่หวังแต่ค่าเรียนของนักศึกษาเป็นหลัก ที่สำคัญในยุโรปมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษ คุณสามารถเข้าใจในหลักสูตรการสอนอย่างง่ายดายอีกด้วย
- Swedish School of Economics and Business Administration อยู่ในประเทศฟินแลนด์ โดยเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโท (M.A.) ด้านการเงินอสังหาริมทรัพย์
- KTH Royal Institute of Technology ใน Department of Infrastructure อยู่ที่สวีเดน ก็เป็นอีกหนึ่งที่เปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีสถาบันที่น่าสนใจในเนเธอร์แลนด์ (IHS) สถาบันที่เยอรมนี และเบลเยียม (Katholieke Universiteit Leuven) สำหรับออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับคุณ เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าสถาบันในแถบยุโรป – อเมริกา
สถาบันการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในซิดนีย์ มีดังนี้
- University of New South Wales
- University of Western Sydney
- University of Technology
- Sydney
สำหรับสถาบันการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของนครอื่น ๆ ก็อาจมีกระจัดกระจายเช่น University of Queensland (ควีนส์แลนด์) University of South Australia (อดีเลท) Curtin University (เพิร์ท) และ RMIT (เมลเบอร์นมี) ส่วนในนิวซีแลนด์ เกาะทางเหนือได้แก่ University of Auckland และ Massey University สำหรับเกาะทางใต้ ได้แก่ Lincoln University อยู่ใกล้กับเมืองไครส์เชิร์ช
อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก็กลับมาศึกษาที่ประเทศไทยก็ได้ ที่ประเทศไทยเราก็มีสถาบันการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตรฐานสากลเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ ธุรกิจบัณฑิต เอเบค และศรีปทุม เป็นต้น และที่สำคัญค่าเรียนเพียง 29,000 บาทต่อเวลาเรียน 250 ชั่วโมง รวมค่าที่พักอีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเองว่าทีสถาบันไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด